User :
Pass :




 Inverter Pure Sine Wave Leonics ทุกรุ่น
3,190.00 บาท




ตรวจสอบสถานะ
EMS และ ไปรษณีย์ลงทะเบียน
ภายหลังฝากส่ง 24 ชม.


PROFILE

 Welcome to :  Renewable Energy Service .

   Our Business Group.            

                               

                ภูปายกังหันลมและโซล่าเซลผลิตไฟฟ้า 

            บริษัท พาวเวอร์ อี คอร์ปอเรชั่น จำกัด

PhuPai  Wind Turbine  And  Solar  Cell  Electricity  Limited  Partnership.

Power E Corporation Co.,Ltd .


Address Green Shop : เชิญชมสินค้าและสอบถามงานติดตั้งระบบ

 อาคารGreen Shop  4ชั้น  เลขที่  56/145 ม.13  ถนนนวมินทร์ ซอย 70 แยก 9-10  แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม 

             Head Office    :   168/36  Eco Space ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม  กทม   10240

 

              

         Tel Office Bkk   :       081-9669144 , 02-944-9947 

           E-mail:  condo_dd@hotmail.com   phupai.park@gmail.com

website ในเครือ :      www.true-property.com     www.power-e.co.th

 

ศูนย์จำหน่ายสินค้า แผงโซล่าเซล ยี่ห้อ SHARP , คอนโทรล ชาร์ต และ Inverter ยี่ห้อ  LEONICS.

     

 

เรามีการให้บริการอบรมเรียนรู้หลักการทำงานและติดตั้งออกแบบสำหรับลูกค้าและท่านที่สนใจสินค้าพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานอาคารและโรงงาน โดย วิศวกรผู้ชำนาญการ ด้านงานระบบไฟฟ้า

 

MC แนะนำหลักการทำงาน และรายละเอียดเชิงลึก กับ ผู้ว่า กฟภ รอง ผู้ว่าการไฟฟ้า และสื่อมวลชน ช่อง3, 5 ,7และผู้มาร่วมงาน วันนี้มาร่วมงาน 19-20ส.ค. TEMCA Forum & Exhibition 2016 Pataya. /สมาคมผู้ใช้ไฟฟ้าธุรกิจอุตสาหกรรม ครั้งที่32 ปี2559 มาในนามฝ่ายบริหาร สายงานรองผู้ว่าการไฟฟ้า กฟภ กองบริการวิศวกรรมระบบจำหน่าย. Phupai Green Energy. ในฐานะผู้ออกแบบโมเดล home solar แสดงในงาน กฟภ safety . สนใจงานติดตั้ง Solar rooftop  ติดต่อฝ่ายขาย 02:9449947  www.wind-Solarcell.com  www.power-e.co.th

 

 

คณะผู้บริหารดูงาน ณ ประเทศ จีน โรงงานผู้ผลิตสินค้าพลังงานทดแทน  16-20  April 2014.

 

                     แผนที่ : Office & Green Shop.

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------                                                         

วิสัยทัศน์  (VISION) :     "เป็นบริษัทจำหน่ายและติดตั้งพลังงานทดแทน  ที่ใส่ใจและดูแล ลูกค้าทุกระดับ และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  "

พันธกิจ (MISSION) :   ต่อสังคม/ชุมชน/สิ่งแวดล้อม  :

   จะเป็นองค์การที่ดีของในการดำเนินกิจการ โดยปกป้องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดมลพิษรณรงค์ใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น

                                ต่อผู้ถือหุ้น/คู่ค้า/ลูกค้า/เจ้าหนี้    

  จะร่วมดำเนินการสร้างธุรกิจและพื้นที่สีเขียวด้านพลังงานในระยะยาวโดยการจัดหาปริมาณที่เพียงพอ มีคุณภาพได้มาตรฐาน และราคาเป็นธรรม

                                                                 ต่อพนักงาน
ร่วมพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพรักษามาตรฐาน และเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี พลังงานทดแทน ในอนาคต

    ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------                      

  :  จำหน่ายและติดตั้ง สินค้าพลังงานทดแทน สนใจแวะชมได้ที่SHOP  Eco-Green Energy !

Executive Team : ผู้บริหาร Phupai Green Energy  .

บริษัทในเครือ : True Property Service Co.,LTd                          

Our Service   จำหน่ายและติดตั้งออกแบบวางระบบกังหันลมและโซล่าเซลผลิตไฟฟ้าโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ทั่วประเทศโดยทีมงานมืออาชีพในสายงานระบบและให้บริการในพื้นที่ภาคอีสาน  ปากช่อง  วังน้ำเขียว เขาค้อ และพื้นที่ชายทะเล หัวหิน ชะอำ ปราญบุรี  ภูเก็ต กระบี่ สมุย  เกาะช้าง เชียงใหม่ เชียงราย หรือทุกสถานที่ที่มัลมและแสงแดดตามค่ามาตรฐาน  สินค้า โซลาร์เซลล์กังหันลมราคาถูก , ไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ , ไฟถนนโซล่าเซลล์ , ไฟกระพริบ led , ไฟกระพริบพลังงานแสงอาทิตย์ , ไฟจราจร led , ไฟจราจรพลังแสงอาทิตย์ , ไฟสปอร์ตไลต์โซล่าเซล,ไฟฉาย,หมวกโซล่าเซล,กังหันลมผลิตไฟฟ้านำเข้าจากญี่ปุ่น, อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับ Solarcell , โคมไฟสนาม , รถจักรยานไฟฟ้า,mocyc ไฟฟ้า    ฯลฯ

      
PhuPai : ลงคลอลัมสัมภาษณ์ใน นิตยสาร หา ทางรอด ด้วยพลังงานทางเลือก All Magazine***
 

ปีที่6 ฉบับที่ 1 / พฤษภาคม 2554  All Magazine นิตยสารในเครือ CP เข้ามาสัมภาษณ์ หจก.ภูปายกังหันลมและโซล่าเซลผลิตไฟฟ้าผู้ให้บริการจำหน่ายและติดตั้งกังหันลมและโซล่าเซลผลิตไฟฟ้า ทั่วประเทศ เกี่ยวเนื้อหาและผลงานติดตั้งและลูกค้าที่ใช้พลังงานทางเลือกนี้ (ในหมวดคลอลัม  "หา ทางรอด ด้วยพลังงานทางเลือหน้าที่ 28 -31 ยังงัยลองหาอ่านได้ที่นิตยสารวางจำหน่ายที่ 7eleven  หรือเข้าชมทาง website : www.all-magazine.com   ทั้งนี้ทางทีมงาน   หจก.ภูปายกังหันลมและโซล่าเซลผลิตไฟฟ้า ต้องขอขอบพระคุณทีมงานกองบรรณธิการนิตยสาร All Magazine นิตยสารในเครือ ซีพี มีวางจำหน่ายทั่วไปที่ร้าน 7 Eleven ทั่วประเทศได้ให้ความไว้วางใจทีมงานได้สัมภาษณ์และได้เผยแพร่การให้บริการและได้ความรู้แนวทางการใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้นอีกทางหนึ่ง และยังช่วยลดโลกร้อนและทีมงานจะสนับสนุน นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงพลังงานในการ รณรงค์ให้หันมาใช้พลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้นต่อไป

 Mobile Team Service:
 

 Introduction :บทนำ

ความรู้เกี่ยวกับเซลล์แสงอาทิตย์  

ความหมายของ SOLAR CELL  หรือ  PV .

Solar Cell หรือ PV มีชื่อเรียกกันไปหลายอย่าง เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ เซลล์สุริยะ หรือเซลล์ photovoltaic ซึ่งต่างก็มีที่มาจากคำว่า Photovoltaic โดยแยกออกเป็น photo หมายถึง แสง และ volt หมายถึง แรงดันไฟฟ้า เมื่อรวมคำแล้วหมายถึง กระบวนการผลิตไฟฟ้าจากการตกกระทบของแสงบนวัตถุที่มีความสามารถในการเปลี่ยนพลังงานแสงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง แนวความคิดนี้ได้ถูกค้นพบมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1839 แต่เซลล์แสงอาทิตย์ก็ยังไม่ถูกสร้างขึ้นมา จนกระทั่งใน ปี ค.ศ. 1954 จึงมีการประดิษฐ์เซลล์แสงอาทิตย์ และได้ถูกนำไปใช้เป็นแหล่งจ่ายพลังงานให้กับดาวเทียมในอวกาศ เมื่อ ปี ค.ศ. 1959 ดังนั้น สรุปได้ว่า
เซลล์แสงอาทิตย์ คือ สิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำ เช่น ซิลิคอน (Silicon), แกลเลี่ยม อาร์เซไนด์ (Gallium Arsenide), อินเดียม ฟอสไฟด์ (Indium Phosphide), แคดเมียม เทลเลอไรด์ (Cadmium Telluride) และคอปเปอร์ อินเดียม ไดเซเลไนด์ (Copper Indium Diselenide) เป็นต้น ซึ่งเมื่อได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงก็จะเปลี่ยนเป็นพาหะนำไฟฟ้า และจะถูกแยกเป็นประจุไฟฟ้าบวกและลบเพื่อให้เกิดแรงดันไฟฟ้าที่ขั้วทั้งสองของเซลล์แสงอาทิตย์ เมื่อนำขั้วไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์ต่อเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรง กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่อุปกรณ์เหล่านั้น ทำให้สามารถทำงานได้
 
ชนิดของเซลล์แสงอาทิตย์ 
แบ่งตามวัสดุที่ใช้เป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ
 
                                                                          
 
Single Crystalline Silicon Solar Cell    Polycrystalline Silicon Solar Cell      Amorphous Silicon Solar Cell
 
 
  1. เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอน ชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystalline Silicon Solar Cell) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Monocrystalline Silicon Solar Cell และชนิดผลึกรวม (Polycrystalline Silicon Solar Cell) ลักษณะเป็นแผ่นซิลิคอนแข็งและบางมาก
  2. เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากอะมอร์ฟัสซิลิคอน (Amorphous Silicon Solar Cell) ลักษณะเป็นฟิล์มบางเพียง 0.5 ไมครอน (0.0005 มม.) น้ำหนักเบามาก และประสิทธิภาพเพียง 5-10%
  3. เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำอื่นๆ เช่น แกลเลี่ยม อาร์เซไนด์, แคดเมียม เทลเลอไรด์ และคอปเปอร์ อินเดียม ไดเซเลไนด์ เป็นต้น มีทั้งชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystalline) และผลึกรวม (Polycrystalline) เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแกลเลี่ยม อาร์เซไนด์ จะให้ประสิทธิภาพสูงถึง 20-25%

โครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์
โครงสร้างที่นิยมมากที่สุด ได้แก่ รอยต่อพีเอ็นของสารกึ่งตัวนำ สารกึ่งตัวนำที่ราคาถูกที่สุดและมีมากที่สุดบนโลก คือ ซิลิคอน จึงถูกนำมาสร้างเซลล์แสงอาทิตย์ โดยนำซิลิคอนมาถลุง และผ่านขั้นตอนการทำให้บริสุทธิ์ จนกระทั่งทำให้เป็นผลึก จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการแพร่ซึมสารเจือปนเพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็น โดยเมื่อเติมสารเจือฟอสฟอรัส จะเป็นสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (เพราะนำไฟฟ้าด้วยอิเล็กตรอนซึ่งมีประจุลบ) และเมื่อเติมสารเจือโบรอน จะเป็นสารกึ่งตัวนำชนิดพี (เพราะนำไฟฟ้าด้วยโฮลซึ่งมีประจุบวก) ดังนั้น เมื่อนำสารกึ่งตัวนำชนิดพีและเอ็นมาต่อกัน จะเกิดรอยต่อพีเอ็นขึ้น โครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิคอน อาจมีรูปร่างเป็นแผ่นวงกลมหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความหนา 200-400 ไมครอน (0.2-0.4 มม.) ผิวด้านรับแสงจะมีชั้นแพร่ซึมที่มีการนำไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้าด้านหน้าที่รับแสงจะมีลักษณะคล้ายก้างปลาเพื่อให้ได้พื้นที่รับแสงมากที่สุด ส่วนขั้วไฟฟ้าด้านหลังเป็นขั้วโลหะเต็มพื้นผิว

หลักการทำงานทั่วไปของเซลล์แสงอาทิตย์

 

 

 

เมื่อมีแสงอาทิตย์ตกกระทบเซลล์แสงอาทิตย์ จะเกิดการสร้างพาหะนำไฟฟ้าประจุลบและบวกขึ้น ได้แก่ อิเล็กตรอนและ โฮล โครงสร้างรอยต่อพีเอ็นจะทำหน้าที่สร้างสนามไฟฟ้าภายในเซลล์ เพื่อแยกพาหะนำไฟฟ้าชนิดอิเล็กตรอนไปที่ขั้วลบ และพาหะนำไฟฟ้าชนิดโฮลไปที่ขั้วบวก (ปกติที่ฐานจะใช้สารกึ่งตัวนำชนิดพี ขั้วไฟฟ้าด้านหลังจึงเป็นขั้วบวก ส่วนด้านรับแสงใช้สารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น ขั้วไฟฟ้าจึงเป็นขั้วลบ) ทำให้เกิดแรงดันไฟฟ้าแบบกระแสตรงที่ขั้วไฟฟ้าทั้งสอง เมื่อต่อให้ครบวงจรไฟฟ้าจะเกิดกระแสไฟฟ้าไหลขึ้น

ตัวอย่าง 
เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิคอนที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว จะให้กระแสไฟฟ้าประมาณ 2-3 แอมแปร์ และให้แรงดันไฟฟ้าวงจรเปิดประมาณ 0.6 โวลต์ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์ไม่มากนัก ดังนั้นเพื่อให้ได้กำลังไฟฟ้ามากเพียงพอสำหรับใช้งาน จึงมีการนำเซลล์แสงอาทิตย์หลายๆ เซลล์มาต่อกันเป็น เรียกว่า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Modules) ลักษณะการต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขึ้นอยู่ว่าต้องการกระแสไฟฟ้าหรือแรงดันไฟฟ้า

  • การต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบขนาน จะทำให้ได้กระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น
  • การต่อแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบอนุกรม จะทำให้ได้แรงดันไฟฟ้าสูงขึ้น

ขั้นตอนการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์

  • เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกเดี่ยว (Single Crystal) หรือ Monocrystalline มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้
    1. นำซิลิคอนที่ถลุงได้มาหลอมเป็นของเหลวที่อุณหภูมิประมาณ 1400 °C แล้วดึงผลึกออกจากของเหลว โดยลดอุณหภูมิลงอย่างช้าๆ จนได้แท่งผลึกซิลิคอนเป็นของแข็ง แล้วนำมาตัดเป็นแว่นๆ
    2. นำผลึกซิลิคอนที่เป็นแว่น มาแพร่ซึมด้วยสารเจือปนต่างๆ เพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็นภายในเตาแพร่ซึมที่มีอุณหภูมิประมาณ 900-1000 °C แล้วนำไปทำชั้นต้านการสะท้อนแสงด้วยเตาออกซิเดชั่นที่มีอุณหภูมิสูง
    3. ทำขั้วไฟฟ้าสองด้านด้วยการฉาบไอโลหะภายใต้สุญญากาศ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจะต้องนำไปทดสอบประสิทธิภาพด้วยแสงอาทิตย์เทียม และวัดหาคุณสมบัติทางไฟฟ้า

  • เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกรวม (Polycrystalline) มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้
    1. นำซิลิคอนที่ถลุงและหลอมละลายเป็นของเหลวแล้วมาเทลงในแบบพิมพ์ เมื่อซิลิคอนแข็งตัว จะได้เป็นแท่งซิลิคอนเป็นแบบผลึกรวม แล้วนำมาตัดเป็นแว่นๆ
    2. จากนั้นนำมาแพร่ซึมด้วยสารเจือปนต่างๆ และทำขั้วไฟฟ้าสองด้านด้วยวิธีการเช่นเดียวกับที่สร้างเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากซิลิคอนชนิดผลึกเดี่ยว

  • เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากที่ทำจากอะมอร์ฟัสซิลิคอน มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้
    1. ทำการแยกสลายก๊าซไซเลน (Silane Gas) ให้เป็นอะมอร์ฟัสซิลิคอน โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่อง Plasma CVD (Chemical Vapor Deposition) เป็นการผ่านก๊าซไซเลนเข้าไปในครอบแก้วที่มีขั้วไฟฟ้าความถี่สูง จะทำให้ก๊าซแยกสลายเกิดเป็นพลาสมา และอะตอมของซิลิคอนจะตกลงบนฐานหรือสแตนเลสสตีลที่วางอยู่ในครอบแก้ว เกิดเป็นฟิล์มบางขนาดไม่เกิน 1 ไมครอน (0.001 มม.)
    2. ขณะที่แยกสลายก๊าซไซเลน จะผสมก๊าซฟอสฟีนและไดโบเรนเข้าไปเป็นสารเจือปน เพื่อสร้างรอยต่อพีเอ็นสำหรับใช้เป็นโครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์
    3. การทำขั้วไฟฟ้า มักใช้ขั้วไฟฟ้าโปร่งแสงที่ทำจาก ITO (Indium Tin Oxide)

  • เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแกลเลี่ยม อาร์เซไนด์ มีขั้นตอนการผลิต ดังนี้
    1. ขั้นตอนการปลูกชั้นผลึก ใช้เครื่องมือ คือ เตาปลูกชั้นผลึกจากสถานะของเหลว (LPE; Liquid Phase Epitaxy)
    2. ขั้นตอนการปลูกชั้นผลึกที่เป็นรอยต่อเอ็นพี ใช้เครื่องมือ คือ เครื่องปลูกชั้นผลึกด้วยลำโมเลกุล (MBE; Molecular Beam Epitaxy)

ลักษณะเด่นของเซลล์แสงอาทิตย์

  • ใช้พลังงานจากธรรมชาติ คือ แสงอาทิตย์ ซึ่งสะอาดและบริสุทธิ์ ไม่ก่อปฏิกิริยาที่จะทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
  • เป็นการนำพลังงานจากแหล่งธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่าและไม่มีวันหมดไปจากโลกนี้
  • สามารถนำไปใช้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ทุกพื้นที่บนโลก และได้พลังงานไฟฟ้าใช้โดยตรง
  • ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นใดนอกจากแสงอาทิตย์ รวมถึงไม่มีการเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดมลภาวะด้านอากาศและน้ำ
  • ไม่เกิดของเสียขณะใช้งาน จึงไม่มีการปล่อยมลพิษทำลายสิ่งแวดล้อม
  • ไม่เกิดเสียงและไม่มีการเคลื่อนไหวขณะใช้งาน จึงไม่เกิดมลภาวะด้านเสียง
  • เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่กับที่ และไม่มีชิ้นส่วนใดที่มีการเคลื่อนไหวขณะทำงาน จึงไม่เกิดการสึกหรอ
  • ต้องการการบำรุงรักษาน้อยมาก
  • อายุการใช้งานยืนยาวและประสิทธิภาพคงที่
  • มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เคลื่อนย้ายสะดวกและรวดเร็ว
  • เนื่องจากมีลักษณะเป็นโมดูล จึงสามารถประกอบได้ตามขนาดที่ต้องการ
  • ช่วยลดปัญหาการสะสมของก๊าซต่างๆ ในบรรยากาศ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์, ซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ไฮโดรคาร์บอน และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ ฯลฯ ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงจำพวกน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก ทำให้โลกร้อนขึ้น เกิดฝนกรด และอากาศเป็นพิษ ฯลฯ

อุปกรณ์สำคัญของระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์
เซลล์แสงอาทิตย์ผลิตไฟฟ้ากระแสตรง จึงนำกระแสไฟฟ้าไปใช้ได้เฉพาะกับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรงเท่านั้น หากต้องการนำไปใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับหรือเก็บสะสมพลังงานไว้ใช้ต่อไป จะต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ อีก โดยรวมเข้าเป็นระบบที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์สำคัญๆ มีดังนี้

  1. แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Module) ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเป็นไฟฟ้ากระแสตรงและมีหน่วยเป็นวัตต์ (Watt) มีการนำแผงเซลล์แสงอาทิตย์หลายๆ เซลล์มาต่อกันเป็นแถวหรือเป็นชุด (Solar Array) เพื่อให้ได้พลังงานไฟฟ้าใช้งานตามที่ต้องการ โดยการต่อกันแบบอนุกรม จะเพิ่มแรงดันไฟฟ้า และการต่อกันแบบขนาน จะเพิ่มพลังงานไฟฟ้า หากสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์แตกต่างกัน ก็จะมีผลให้ปริมาณของค่าเฉลี่ยพลังงานสูงสุดในหนึ่งวันไม่เท่ากันด้วย รวมถึงอุณหภูมิก็มีผลต่อการผลิตพลังงานไฟฟ้า หากอุณหภูมิสูงขึ้น การผลิตพลังงานไฟฟ้าจะลดลง

  2. เครื่องควบคุมการประจุ (Charge Controller) ทำหน้าที่ประจุกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์เข้าสู่แบตเตอรี่ และควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าให้มีปริมาณเหมาะสมกับแบตเตอรี่ เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ รวมถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้าออกจากแบตเตอรี่ด้วย ดังนั้น การทำงานของเครื่องควบคุมการประจุ คือ เมื่อประจุกระแสไฟฟ้าเข้าสู่แบตเตอรี่จนเต็มแล้ว จะหยุดหรือลดการประจุกระแสไฟฟ้า (และมักจะมีคุณสมบัติในการตัดการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า กรณีแรงดันของแบตเตอรี่ลดลงด้วย) ระบบพลังงานแสงอาทิตย์จะใช้เครื่องควบคุมการประจุกระแสไฟฟ้าในกรณีที่มีการเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่เท่านั้น

  3. แบตเตอรี่ (Battery) ทำหน้าที่เป็นตัวเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไว้ใช้เวลาที่ต้องการ เช่น เวลาที่ไม่มีแสงอาทิตย์ เวลากลางคืน หรือนำไปประยุกต์ใช้งานอื่นๆ แบตเตอรี่มีหลายชนิดและหลายขนาดให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม 

  4. เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) ทำหน้าที่แปลงพลังงานไฟฟ้าจากกระแสตรง (DC) ที่ผลิตได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ให้เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อให้สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ Sine Wave Inverter ใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับทุกชนิด และ Modified Sine Wave Inverter ใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับที่ไม่มีส่วนประกอบของมอเตอร์และหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่เป็น Electronic ballast 

  5. ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection) ทำหน้าที่ป้องกันความเสียหายที่เกิดกับอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อฟ้าผ่า หรือเกิดการเหนี่ยวนำทำให้ความต่างศักย์สูง ในระบบทั่วไปมักไม่ใช้อุปกรณ์นี้ จะใช้สำหรับระบบขนาดใหญ่และมีความสำคัญเท่านั้น รวมถึงต้องมีระบบสายดินที่มีประสิทธิภาพด้วย
  6. การประยุกต์ใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์ในด้านต่างๆ
  7. การนำพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานจากธรรมชาติมาทดแทนพลังงานรูปแบบอื่นๆ ได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมมากขึ้น สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากมายในการดำรงชีวิต รวมถึงไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น

    บ้านพักอาศัย ระบบแสงสว่างภายในบ้าน, ระบบแสงสว่างนอกบ้าน (ไฟสนาม, ไฟโรงจอดรถ และโคมไฟรั้วบ้าน ฯลฯ), อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดต่างๆ , ระบบเปิด-ปิดประตูบ้าน, ระบบรักษาความปลอดภัย, ระบบระบายอากาศ, เครื่องสูบน้ำ, เครื่องกรองน้ำ และไฟสำรองยามฉุกเฉิน ฯลฯ
    ระบบสูบน้ำ อุปโภค, สาธารณูปโภค, ฟาร์มเลี้ยงสัตว์, เพาะปลูก, ทำสวน-ไร่, เหมืองแร่ และชลประทาน ฯลฯ
    ระบบแสงสว่าง โคมไฟป้ายรถเมล์, ตู้โทรศัพท์, ป้ายประกาศ, สถานที่จอดรถ, แสงสว่างภายนอกอาคาร และไฟถนนสาธารณะ ฯลฯ
    ระบบประจุแบตเตอรี่ ไฟสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน, ศูนย์ประจุแบตเตอรี่ประจำหมู่บ้านในชนบทที่ไม่มีไฟฟ้าใช้, แหล่งจ่ายไฟสำหรับใช้ในครัวเรือนและระบบแสงสว่างในพื้นที่ห่างไกล ฯลฯ
    ทำการเกษตร ระบบสูบน้ำ, พัดลมอบผลผลิตทางการเกษตร และเครื่องนวดข้าว ฯลฯ
    เลี้ยงสัตว์ ระบบสูบน้ำ, ระบบเติมออกซิเจนในบ่อน้ำ (บ่อกุ้งและบ่อปลา) และแสงไฟดักจับแมลง ฯลฯ
    อนามัย ตู้เย็น/กล่องทำความเย็นเพื่อเก็บยาและวัคซีน, อุปกรณ์ไฟฟ้าทางการแพทย์ สำหรับหน่วยอนามัย, หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และสถานีอนามัย ฯลฯ
    คมนาคม สัญญาณเตือนทางอากาศ, ไฟนำร่องทางขึ้น-ลงเครื่องบิน, ไฟประภาคาร, ไฟนำร่องเดินเรือ, ไฟสัญญาณข้ามถนน, สัญญาณจราจร, โคมไฟถนน และโทรศัพท์ฉุกเฉิน ฯลฯ
    สื่อสาร สถานีทวนสัญญาณไมโครเวฟ, อุปกรณ์โทรคมนาคม, อุปกรณ์สื่อสารแบบพกพา (เช่น วิทยุสนามของหน่วยงานบริการและทหาร) และสถานีตรวจสอบอากาศ ฯลฯ
    บันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจ แหล่งจ่ายไฟฟ้าสำหรับบ้านพักตากอากาศในพื้นที่ห่างไกล, ระบบประจุแบตเตอรี่แบบพกพาติดตัวไปได้ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้ความบันเทิง ฯลฯ
    พื้นที่ห่างไกล ภูเขา, เกาะ, ป่าลึก และพื้นที่สายส่งการไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ฯลฯ
    อวกาศ ดาวเทียม

กังหันล มผลิตไฟฟ้า

คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยกังหันซึ่งใช้กำลังลมมาขับ ใบพัดทำหน้าที่รับกำลังลมมาเปลี่ยนให้เป็นแรงหมุน นำไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ใบพัดและเครื่องกำเนิดไฟฟ้ายึดติดเป็นชุดเดียวกัน ติดตั้งไว้บนเสาสูงเพื่อให้ได้กำลังลมแรง แล้วจึงต่อสายไฟลงมาใช้งาน

โครงสร้างกังหันลมผลิตไฟฟ้า ประกอบด้วยส่วนประกอบต่างๆดังนี้

1. ใบพัด
2. ประกับใบพัดพร้อมตัวยึดใบ
3. ฝาครอบใบพัด
4. เครื่องกำเนิดไฟฟ้า Generator
5. แกนยึดหางเสือ
6. ก้านหางเสือ
7. ใบหางเสือ
8. สายไฟ
9. เครื่องควบคุมการชาร์จประจุ

ข้อมูลพื้นฐาน  :Wind Turbine Generator .  และความเร็วลม
1) ความเร็วลมจากธรรมชาติจะแรงหรืออ่อนเราใช้หน่วยวัดความเร็วหลายอย่าง เช่นวัดเป็น ไมล์ต่อชั่วโมง (Mile/Hour mph) และ สามารถคำนวนลงมาเป็น ฟุตต่อนาที (Foot/Minute ft/min) หรือ วัดเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง (Kilometer/Hour km/h) และ สามารถคำนวนลงมาเป็น เมตรต่อวินาที (Meter/Second m/s) โดยการคำนวนดังนี้ ความเร็วลม กิโลเมตรต่อชั่วโมง คูณด้วย 1000 ให้กลายเป็นเมตรต่อชั่วโมง เมื่อหารด้วย 60 จะได้เป็นเมตรต่อนาที และ หารด้วย 60 อีกครั้งเพื่อให้เป็นเมตรต่อวินาที (Kilometer/Hour km/h x 1000 / (60 x 60) = Meter/Second)

 

SOLAR   PV   ROOFTOP  หมายถึง ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังบ้านและอาคารต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขายไฟฟ้าที่ผลิตได้ในราคาพิเศษ (ราคา 6.16-6.96 บาทต่อหน่วย เป็นเวลา 25 ปี)   หรือใช้เองภายในบ้านหรืออาคารของตนเอง เป็นการประหยัดและลดค่าไฟฟ้า

 

วัตถุประสงค์ของโครงการ SOLAR ROOFTOP .

 

1.        รับสมัครเจ้าของบ้านให้ลงทุนติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย 

·        จำนวน 1,000 ระบบ              ภายในปี พ.ศ. 2556

·        จำนวน 10,000 ระบบ            ภายในปี พ.ศ. 2558

·        จำนวน 100,000 ระบบ          ภายในปี พ.ศ. 2560    

2.        ประสานงานและยื่นเอกสารให้เจ้าของบ้านสามารถเชื่อมต่อไฟฟ้ากับการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

3.         สำรวจ  ออกแบบและติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์ให้บ้านต่างๆ ที่สมัครเข้าโครงการ 

4.        ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบประโยชน์ของการติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน หรือบนพื้นดิน  

5.        มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อน  ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

 

ประโยชน์ด้านต่างๆ ของการติดตั้งระบบเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาบ้าน    

1.     พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดจากระบบ จะถูกนำไปใช้ในบ้าน ในอาคาร ช่วยลดค่าไฟฟ้าลง เช่น กรณีบ้านอัตรา TOU On Peak ประมาณ 6.19 (Baht/kWh) ตามมาตรการการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน (VSPP) ของกระทรวงพลังงาน  

2.     แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคาบ้าน จะเป็นกำบังแสงอาทิตย์ไม่ให้แสงอาทิตย์ตกกระทบกระเบื้องหลังคาโดยตรง  จึงช่วยลดความร้อนที่จะลงมาถึงหลังคาอาคาร  และช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศในห้องใต้หลังคานั้นได้  

3.     ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อน และแก้ปัญหาพลังงานให้กับประเทศไทย

4.     ช่วยปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้กับสมาชิกในบ้าน และกับสังคม

 

 

     กังหันลมผลิตไฟฟ้า
    กังหันลมผลิตไฟฟ้า คือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (อาจเรียกว่าเครื่องปั่นไฟ) ขับเคลื่อนด้วยกังหันซึ่งใช้กำลังลมมาขับ ใบพัดทำหน้าที่รับกำลังลมมาเปลี่ยนให้เป็นแรงหมุน นำไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ใบพัดและเครื่องกำเนิดไฟฟ้ายึดติดเป็นชุดเดียวกัน ติดตั้งไว้บนเสาสูงเพื่อให้ได้กำลังลมแรง แล้วจึงต่อสายไฟลงมาใช้งาน

ข้อมูลพื้นฐาน    
1) ความเร็วลมจากธรรมชาติจะแรงหรืออ่อนเราใช้หน่วยวัดความเร็วหลายอย่าง เช่นวัดเป็น ไมล์ต่อชั่วโมง (Mile/Hour mph) และ สามารถคำนวนลงมาเป็น ฟุตต่อนาที (Foot/Minute ft/min) หรือ วัดเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง (Kilometer/Hour km/h) และ สามารถคำนวนลงมาเป็น เมตรต่อวินาที (Meter/Second m/s) โดยการคำนวนดังนี้ ความเร็วลม กิโลเมตรต่อชั่วโมง คูณด้วย 1000 ให้กลายเป็นเมตรต่อชั่วโมง เมื่อหารด้วย 60 จะได้เป็นเมตรต่อนาที และ หารด้วย 60 อีกครั้งเพื่อให้เป็นเมตรต่อวินาที (Kilometer/Hour km/h x 1000 / (60 x 60) = Meter/Second)

     
ตัวอย่าง ความเร็วลม 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อคิดเป็นเมตรต่อวินาทีจะได้ 18 x 1000 / (60 x 60) = 5 เมตรต่อวินาที
ข้อมูลที่ควรจำ  1 เมตรต่อวินาที = 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง = 2.24 ไมล์ต่อชั่วโมง

2) ความเร็วลมระดับที่กังหันลมเริ่มหมุนออกตัวเรียกว่า ความเร็วลมเริ่มต้น (Starting Wind Speed) เนื่องจากระบบมีความฝืด (Friction) และ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวรอาจมีแรงหนืด (Cogging Force) บางครั้งอาจทำให้ระบบสตาร์ทได้ยากขึ้น (ความเร็วลมประมาณ 3-3.5 เมตรต่อวินาที) 

3) ความเร็วลมระดับที่กังหันลมสามารถเริ่มต้นทำงานและผลิตไฟฟ้าได้เรียกว่า ความเร็วลมเข้าระบบ (Cut-in Wind Speed) แต่ในขณะนี้อาจได้กำลังน้อยหรือยังไม่ได้กำลังเลย (ความเร็วลมประมาณ 3.5-4 เมตรต่อวินาที) 

4) ความเร็วลมระดับที่จ่ายกำลังได้เต็มพิกัดอย่างต่อเนื่องเรียกว่า ความเร็วลมเต็มพิกัด (Rated Wind Speed) นี่คือจุดที่กังหันลมผลิตไฟฟ้าได้ถูกออกแบบและทดสอบมา (ความเร็วลมประมาณ 10-12 เมตรต่อวินาที) 

5) ความเร็วลมระดับสูงที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้จำเป็นต้องหยุดการทำงานเรียกว่า ความเร็วลมตัดออก (Cut-out Wind Speed) การทำเช่นนี้เพื่อความ

รูปแบบของกังหันลม          
    กังหันลมมีอยู่ 2 รูปแบบ คือกังหันลมแบบแกนตั้ง (Vertical Axis Wind Turbine หรือ VAWT) และกังหันลมแบบแกนนอน (Horizontral Axis Wind Turbine หรือ HAWT) ซึ่งต่อไปจะขอนำเสนอเฉพาะแกนนอน (HAWT) เนื่องจากมีใช้งานกันทั่วไป

    กังหันลมแกนนอน มีจำนวนใบพัดได้ตั้งแต่ 1 ใบขึ้นไป และอาจเป็น 2, 3, 4, 5, 6, 12 หรือ 60 ใบ ซึ่งต่อไปจะขอนำเสนอเฉพาะแบบ 3 ใบ เนื่องจากมีใช้งานมากที่สุด

การคำนวนกำลังที่ได้รับจากลม
    กำลังที่ได้รับจากลม มีหน่วยเป็นวัตต์ (Power, Watt) สามารถคำนวนได้จากสูตร

Power (Watt) = 1/2 X Air density X Swept area X Wind velocity3

    เมื่อ Air density คือ ความหนาแน่นของอากาศ ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.23 กิโลกรัมต่อลูกบาตรเมตร ที่ระดับน้ำทะเล
           Swept area คือ พื้นที่วงกลมของใบพัด มีหน่วยเป็นตารางเมตร คำนวนได้จาก 22 / 7 X รัศมี2
           Wind velocity คือความเร็วลม มีหน่วยวัดเป็น เมตรต่อวินาที (นำมายกกำลัง 3)

    ตัวอย่าง การหากำลังสำหรับกังหันลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 เมตร (r = 7.5) ที่ความเร็วลม 8 เมตรต่อวินาที

กำลังลม = 1/2 X 1.23 X (22 / 7 X 7.52) X 83
                  = 0.5 X 1.23 X 176.78 X 512            
                                     = 55,664 วัตต์ หรือ 55.664 กิโลวัตต์                      

     หมายเหตุ กำลังที่ได้รับนี้เป็นกำลังที่ได้รับจากลม (ไม่ใช่กำลังไฟฟ้าที่ใช้ได้) ซึ่งต่อไปจะต้องขึ้นอยู่กับประสืทธิภาพของใบพัด (ประมาณ 45%) มีการสูญเสียกำลังในเกียร์ทดรอบ ประมาณ 5% (ประสิทธิภาพ 95%) และรวมทั้งประสิทธิภาพของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (ประมาณ 85%) ซึ่งการสูญเสียทั้งหมดจะต้องถูกหักออกไปอีก จึงจะเหลือเป็นกำลังไฟฟ้าที่ใช้ได้ จากตัวอย่างข้างบน กำลังไฟฟ้าที่สามารถใช้ได้ = 55,664 X 0.45 X 0.95 X 0.85 = 20,226 วัตต์ หรือ 20.226 กิโลวัตต์

การคำนวนความเร็วรอบของใบพัด
   ใบพัดกังหันลมจะหมุนด้วยความเร็วรอบเท่าไรขึ้นอยู่กับปัจจัยสามอย่างคือ ความเร็วลม จำนวนใบ และความโตของใบพัด เราสามารถคำนวนความเร็วรอบได้ดังนี้

ความเร็วรอบ (RPM) = ความเร็วลม (m/s) X TSR X 60 / (22 / 7 X D)
                          หรือ = ความเร็วลม (m/s) X TSR X 60 X 7 / (22 X D)

   เมื่อ TSR (Tip Speed Ratio) คืออัตราส่วนความเร็ว ณ.ปลายใบพัดเมื่อเทียบกับความเร็วลม ซึ่งใบพัดชนิดสามใบมีค่าเท่ากับ 5 เท่าของความเร็วลม
           D คือขนาดเส้นผ่าศูณย์กลางของใบพัด (เมตร) นำมาคำนวนเป็นเส้นรอบวง โดยคูณด้วย 22 / 7

   ตัวอย่างการคำนวนความเร็วรอบของใบพัดชนิดสามใบ ขนาดเส้นผ่าศูณย์กลาง 15 เมตร ณ.ความเร็วลม 8 เมตรต่อวินาที

ความเร็วรอบ = 8 X 5 X 60 X 7 / (22 X 15)  
      = 16800 / 330         
               = 50.90 รอบต่อนาที         

     หมายเหตุ จากสูตรการคำนวนนี้ ถ้าความเร็วลมลดลง ความเร็วรอบก็จะลดลงในอัตราส่วนเดียวกัน เช่นความเร็วลมลดลงจาก 8 เหลือ 6 เมตรต่อวินาที ความเร็วรอบก็จะลดลงจาก 50.90 เหลือ 38.175 รอบต่อนาที  ซึ่งในกรณีที่ต้องการทดรอบเพิ่มขึ้นให้ได้ 1500 รอบต่อนาทีอาจต้องใช้เกียร์ทดอัตรา 1:40

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator)
    เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับกังหันลมผลิตไฟฟ้าจำเป็นต้องออกแบบเป็นพิเศษ เนื่องจากความเร็วรอบของกังหันลมต่ำมาก อย่างเช่นกังหันขนาด 5 เมตร ชนิดใบพัด 3 ใบ ขณะลมอ่อน ลมปานกลาง และลมแรง จะมีความเร็วรอบประมาณ 100, 150 และ 200 รอบต่อนาทีตามลำดับ ฉะนั้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีจำนวนขั้วแม่เหล็ก (Pole) มากเพียงพอ เช่น 16 ขั้วเป็นอย่างน้อย 24 หรือ 36 ขั้วจะดีกว่า และ 48 หรือมากกว่าจะดีมาก จำนวนขั้วแม่เหล็กและความเร็วรอบจะส่งผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าผลิตความถี่ไฟฟ้า ความถี่ยิ่งสูงการเหนี่ยวนำไฟฟ้าจะยิ่งดีขึ้น เราสามารถคำนวนความถี่ได้จากสูตร

F คือความถี่ (Hz) = N คือความเร็วรอบ (รอบต่อนาที) x P คือจำนวนขั้วแม่เหล็ก (Pole) / 120

    ตัวอย่าง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิด 16 ขั้วแม่เหล็ก หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 รอบต่อนาที จะได้ความถี่ = 200 x 16 /120 = 26.66 Hz

    เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกังหันลมผลิตไฟฟ้าส่วนมากจะเป็นระบบไฟฟ้ากระแสสลับ ความถี่ แรงดัน และกำลังไฟฟ้าทางด้านไฟออกจะแปรผันอยู่ตลอดเวลา (ไม่คงที่) เนื่องจากความเร็วลมเปลี่ยนแปลง ทำให้ความเร็วรอบไม่คงที่ ฉะนั้นจึงไม่สามารถนำไฟที่ผลิตได้ซึ่งมีความถี่และแรงดันไม่คงที่มาใช้ได้โดยตรง แต่จะนิยมประจุเก็บเข้าแบตเตอรี่ แล้วจึงใช้ไฟจากแบตเตอรี่ซึ่งมีแรงดันค่อนข้างคงที่ ทั้งยังสามารถเก็บไว้ใช้ในเวลาที่ไม่มีลมได้อีกด้วย

แบตเตอรี่ (Battery)
    เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทำหน้าที่ประจุ (ชาร์จ) พลังงานไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่ เปรียบเสมือนการสูบน้ำเก็บไว้ในถัง เครื่องสูบน้ำสูบได้ปริมาณไม่มาก แต่สูบตลอดทั้งวันทั้งคืน ปริมาณน้ำจึงถูกเก็บไว้ในถัง ความจุของถังควรมากกว่าขีดความสามารถที่สูบได้เป็น 2 หรือ 3 เท่า ขนาดของแบตเตอรี่ก็เช่นเดียวกัน ควรมีความจุมากกว่าพลังงานที่ผลิตได้ในรอบวันสัก 2 หรือ 3 เท่า

เครื่องเปลี่ยนระบบไฟ (Inverter Pure Sine Wave ) ขนาดที่ใช้ตั้งแต่ 150 - 5kw


      อินเวิร์ทเตอร์ ทำหน้าที่เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแบตเตอรี่ ให้กลายเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) พร้อมทั้งปรับแรงดัน (Volt) ให้ได้ตามที่ต้องการใช้งาน เช่น 110V หรือ 220V และจะต้องมีขนาดกำลัง (วัตต์) เหมาะสมความต้องการใช้งาน อินเวิร์ทเตอร์ที่ดีจะมีระบบป้องกันจาก 1) การใช้โหลดเกินพิกัด (Overload) 2) อุณหภูมิของเครื่องสูงเกินกำหนด (Over temperature) 3) แรงดัน (โวลท์) ของแบตเตอรี่ต่ำกว่ากำหนด (Low battery voltage) 
     การนำอินเวิร์ทเตอร์ไปใช้งานกับโหลดประเภทมอเตอร์ ต้องพิจารณาว่าอินเวิร์ทเตอร์นั้นสามารถรองรับกำลังวัตต์กระชากจากการสตาร์ทของมอเตอร์ (Surge power) ได้เท่ากับหรือสูงกว่าที่มอเตอร์ต้องการหรือไม่
     อินเวิร์ทเตอร์บางแบบมีระบบเปิดอัตโนมัติเมื่อมีโหลด และปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีโหลด (Automatic power ON-OFF) เพื่อลดการสูญเสียพลังงานแบตเตอรี่ขณะไม่ใช้งาน โดยไม่เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา

    เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำหรับกังหันลมผลิตไฟฟ้าจำเป็นต้องออกแบบเป็นพิเศษ เนื่องจากความเร็วรอบของกังหันลมต่ำมาก อย่างเช่นกังหันขนาด 5 เมตร ชนิดใบพัด 3 ใบ ขณะลมอ่อน ลมปานกลาง และลมแรง จะมีความเร็วรอบประมาณ 100, 150 และ 200 รอบต่อนาทีตามลำดับ ฉะนั้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องมีจำนวนขั้วแม่เหล็ก (Pole) มากเพียงพอ เช่น 16 ขั้วเป็นอย่างน้อย 24 หรือ 36 ขั้วจะดีกว่า และ 48 หรือมากกว่าจะดีมาก จำนวนขั้วแม่เหล็กและความเร็วรอบจะส่งผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าผลิตความถี่ไฟฟ้า ความถี่ยิ่งสูงการเหนี่ยวนำไฟฟ้าจะยิ่งดีขึ้น เราสามารถคำนวนความถี่ได้จากสูตร

 

F คือความถี่ (Hz) = N คือความเร็วรอบ (รอบต่อนาที) x P คือจำนวนขั้วแม่เหล็ก (Pole) / 120

    ตัวอย่าง เครื่องกำเนิดไฟฟ้าชนิด 16 ขั้วแม่เหล็ก หมุนด้วยความเร็วรอบ 200 รอบต่อนาที จะได้ความถี่ = 200 x 16 /120 = 26.66 Hz

    เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของกังหันลมผลิตไฟฟ้าส่วนมากจะเป็นระบบไฟฟ้ากระแสสลับ ความถี่ แรงดัน และกำลังไฟฟ้าทางด้านไฟออกจะแปรผันอยู่ตลอดเวลา (ไม่คงที่) เนื่องจากความเร็วลมเปลี่ยนแปลง ทำให้ความเร็วรอบไม่คงที่ ฉะนั้นจึงไม่สามารถนำไฟที่ผลิตได้ซึ่งมีความถี่และแรงดันไม่คงที่มาใช้ได้โดยตรง แต่จะนิยมประจุเก็บเข้าแบตเตอรี่ แล้วจึงใช้ไฟจากแบตเตอรี่ซึ่งมีแรงดันค่อนข้างคงที่ ทั้งยังสามารถเก็บไว้ใช้ในเวลาที่ไม่มีลมได้อีกด้วยที่สำคัญช่วยลดโลกร้อน  Green Energy !

 

    Save Earth !  Green Energy .

เครื่องเปลี่ยนระบบไฟ (Inverter)  : On Grid  , Off Grid  Inverter System

ชุด On Grid Inverter
      อินเวิร์ทเตอร์ ทำหน้าที่เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแบตเตอรี่ ให้กลายเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) พร้อมทั้งปรับแรงดัน (Volt) ให้ได้ตามที่ต้องการใช้งาน เช่น 110V หรือ 220V และจะต้องมีขนาดกำลัง (วัตต์) เหมาะสมความต้องการใช้งาน อินเวิร์ทเตอร์ที่ดีจะมีระบบป้องกันจาก 1) การใช้โหลดเกินพิกัด (Overload) 2) อุณหภูมิของเครื่องสูงเกินกำหนด (Over temperature) 3) แรงดัน (โวลท์) ของแบตเตอรี่ต่ำกว่ากำหนด (
Low battery voltage) 
    
การนำอินเวิร์ทเตอร์ไปใช้งานกับโหลดประเภทมอเตอร์ ต้องพิจารณาว่าอินเวิร์ทเตอร์นั้นสามารถรองรับกำลังวัตต์กระชากจากการสตาร์ทของมอเตอร์ (Surge power) ได้เท่ากับหรือสูงกว่าที่มอเตอร์ต้องการหรือไม่

    
อินเวิร์ทเตอร์บางแบบมีระบบเปิดอัตโนมัติเมื่อมีโหลด และปิดอัตโนมัติเมื่อไม่มีโหลด (Automatic power ON-OFF) เพื่อลดการสูญเสียพลังงานแบตเตอรี่ขณะไม่ใช้งาน โดยไม่เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา

อีกหลายๆผลงานติดตั้งที่ลูกค้าไว้วางใจ ภูปาย :   

Solar Grid Connect system: ระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดต่อเชื่อมสาย

 

Hybrid system :ติดตั้งพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน มหาวิทยาลัย ขอนแก่น 

พลังงานทดแทนแบบผสมผสาน(hybrid system)ที่ใช้ดีที่สุด ที่ลูกค้าเลือกใช้ เป็นระบบที่ได้รับการออกแบบและติดตั้งโดยPhupai เพื่อทำการผลิตกระแสไฟฟ้าแบบผสมผสานระหว่างพลังงานจากแสงอาทิตย์, พลังลมและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล ประกอบด้วย wind turbine 1kw , PV Sharp 130 , Genenrator desel 2.8kw , ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าแบบผสมผสานร่วมใช้ในบ้านพักอาศัย(ป้องกันแก้ไขยามน้ำท่วม)ระบบผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Phupai Hybrid Minigrid System) นี้จัดว่าเป็นอีกหนึ่งระบบอนุรักษ์พลังงานที่สามารถช่วยชาติประหยัดพลังงาน โดยการลดการใช้น้ำมันดีเซลที่ป้อนให้กับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า แล้วนำพลังงานสะอาดมาผสมผสานเข้ากับระบบ ทำให้การทำงานของระบบเกิดความสมดุลย์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ชมผลงานและสินค้า

 

   

 Solar Cell Street Light :   ระบบโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์

 ทีมงานและเครื่องมือที่ทันสมัยพร้อมให้บริการในงานติดตั้งทั่วประเทศและต่างประเทศ

งานติดตั้งระบบ Hybrid 1.26 kw = 48 set  @สวนเฉลิมพระเกียรติื 84 พรรษา อยุธยา 

 

ผลงานติดตั้งโครงการพลังงานทดแทนระบบโซล่าเซลผลิตไฟฟ้าในบ้านและ

ชุดสาธิตโซล่าเซลผลิตไฟฟ้าชั้นที่ 5-7   การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ในเมือง จ.นครราชสีมา

 

ผลงานติดตั้งระบบ Solar Cell Power System @กรมชลประทาน บนสันเขื่อน ชุดวัดแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว ภาคเหนือ 8 ที่  จ.เชียงราย , เชียงใหม่ , กำแพงเพชร ,อุทัยธานี  : Oct 2012 .

 

 

 

 

 Thanks: ข้อมูลดีดีจากผู้เชี่ยวชาญ http://www.thaiwindturbine.com , Leonics ,Sharp,บางจาก ,ปตท,

 

จะติดระบบโซล่าร์ผลิตไฟฟ้าเข้าไฟบ้านต้องทำขออนุญาตที่ไหนบ้าง

 

การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เชื่อมต่อกับระบบ กฟน. นั้น มีด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่
1) ติดตั้งเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในและขายไฟฟ้าส่วนที่เกินให้ กฟน. (การขอจำหน่ายไฟฟ้าเป็น VSPP)
2) ติดตั้งเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในแต่ไม่ประสงค์จะขายไฟฟ้า (การขอขนานเครื่องกำเนิดไฟฟ้า)
          ปัจุบัน การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ดำเนินการตามมติคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) โดยจะไม่รับแบบคำขอจำหน่ายไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการพิจารณาทบทวนนโยบายอีกครั้ง ดังนั้นหากประสงค์จะติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อขายไฟฟ้าให้ กฟน. จะยังไม่สามารถดำเนินการได้ จนกว่า กฟน. จะได้รับแจ้งจาก กกพ. ให้ดำเนินการ
          ทั้งนี้ หากประสงค์จะติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เองภายในแต่ไม่ประสงค์จะขายไฟฟ้า สามารถดำเนินการได้ตามเอกสารแนบที่ส่งให้ และแบบคำขอเชื่อมต่อ สามารถดูจากเว็บไซต์ของ กฟน. ได้ที่ http://www.mea.or.th > เกี่ยวกับค่าไฟฟ้า>การรับซื้อไฟฟ้าจาก VSPP > ระเบียบที่เกี่ยวข้อง >  ระเบียบการไฟฟ้านครหลวงว่าด้วยข้อกำหนดการใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้า พ.ศ.2551 (เอกสารแนบ 2) หรือที่http://www.mea.or.th/home/index.php?l=th

         *** และการยื่นแบบคำขอและเอกสารประกอบพิจารณา ที่การไฟฟ้านครหลวงเขต***

 

Member of  :